Skip to content

บทความ: แนวทางการศึกษาผลกระทบของภัยแล้งต่อระบบนิเวศทางน้ำ

บทความ: แนวทางการศึกษาผลกระทบของภัยแล้งต่อระบบนิเวศทางน้ำ
วิไลลักษณ์ นิยมมณีรัตน์ 1,4 , อิชฌิกา ศิวายพราหมณ์ 2, ปกฉัตร ชูติวิศุทธิ์ 1, ชาลิดา อ่อนไสว 1, พิชชา กันต์ธนะเดชา 2, ธรรมนัญญา ศักดิ์เจริญ 3
1 สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2 ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3 สาขาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
4 หน่วยปฏิบัติการวิจัยการขับเคลื่อน BCG สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

1. บทนำ
นิยามของ “ความแห้งแล้ง” และ “ภัยแล้ง” คือ การขาดแคลนน้ำ (ฝน หิมะ หรือลูกเห็บ) ในช่วงเวลาที่ยาวนาน (โดยปกติจะมากกว่าหนึ่งฤดูกาลหรือนานกว่านั้น) ส่งผลให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอแก่ผู้ใช้และเกิดการขาดแคลนน้ำ (National Integrated Drought Information System (NIDIS), 2021) ในประเทศไทยพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 กำหนดความหมายของภาวะแล้งว่าคือ สภาวะที่ปริมาณน้ำ ปริมาณการไหลของน้ำหรือระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องจนอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคน สัตว์ และพืชที่อยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยาประเทศไทยได้กล่าวถึงภัยแล้งว่า “ภัยที่เกิดจากการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นเวลานาน จนก่อให้เกิดความแห้งแล้ง และส่งผลกระทบต่อชุมชน” จากการศึกษานิยามของภัยแล้งทั้งในระดับนานาชาติและระดับชาติ มีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของความขาดแคลนน้ำ โดยเกิดจากปริมาณฝนน้อย ฝนทิ้งช่วง และฝนไม่ตกเป็นระยะเวลานานในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง และก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง (สุภัทรา วิเศษศรี, 2563)

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ภัยแล้งในระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไปและคาดว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องมาจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC, 2012) จากรายงานของ IPCC ฉบับที่ 5 (รายงานประเมินสถานการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฉบับที่ 5 (The Fifth Assessment Report : AR5)) กล่าวว่าอุณหภูมิของโลกมีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงทศวรรษก่อนหน้าตั้งแต่ปี 1850 จากข้อมูลพบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวดินและมหาสมุทรโลก ในช่วงปี ค.ศ. 1880 – 2012 สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญประมาณ 0.85 องศาเซลเซียส (0.65 – 1.06 องศาเซลเซียส) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงในระบบภูมิอากาศของโลก เช่น คลื่นความร้อน ปริมาณน้ำฝน และความแห้งแล้ง รูปที่ 1 แสดงสภาวะภัยแล้งทั่วโลกโดยใช้ชุดข้อมูลปริมาณน้ำและค่าเฉลี่ยน้ำฝนรายเดือนของสล็อตเว็บตรง Global Precipitation Climatology Center (GPCC) ตั้งแต่ปี 1901 ถึงปัจจุบัน โดยคำนวณจากข้อมูลสถานีทั่วโลก ซึ่งเกณฑ์และคำอธิบายระดับความรุนแรงของดัชนีความแห้งแล้งและความชื้นได้แสดงไว้ดังตารางที่ 1

ในแต่ละระบบนิเวศมีองค์ประกอบหลักอยู่ด้วยกัน 2 ส่วน คือ

องค์ประกอบทางชีวภาพ (Biotic Component) คือ สิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น พืช สัตว์ และมนุษย์ โดยองค์ประกอบทางชีวภาพสามารถจำแนกออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

ผู้ผลิต (Producer) คือ สิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารเองได้ (Autotroph) จากการสังเคราะห์แสง แร่ธาตุและสารอาหารในธรรมชาติ เช่น พืช สาหร่าย และแบคทีเรียบางชนิด ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการผลิตอาหารหรือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
ผู้บริโภค (Consumer) คือ สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ (Heterotroph) จึงดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินสิ่งมีชีวิตอื่น เช่น ผู้บริโภคพืช (Herbivore) ผู้บริโภคสัตว์ (Carnivore) ผู้บริโภคทั้งพืชทั้งสัตว์ (Omnivore) และผู้บริโภคซากพืชซากสัตว์ (Detritivore)
ผู้ย่อยสลาย (Decomposer) เช่น รา แบคทีเรีย และจุลินทรีย์ สล็อตpgซึ่งย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นแร่ธาตุและสารอาหาร เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง อีกทั้ง ยังเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงการหมุนเวียนของสสารภายในระบบนิเวศอีกด้วย
องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต (Abiotic Component) คือ ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต (Living Factors)

อนินทรียสาร (Inorganic Compound) : แร่ธาตุ น้ำ ออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์
อินทรียสาร (Organic Compound) : คาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน
สภาพแวดล้อมทางกายภาพ (Physical Factor) : อุณหภูมิ แสง ความชื้น ความเค็มและความเป็นกรดด่าง
ในระบบนิเวศ การดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายในสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ บทบาทและหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตอย่างสลับซับซ้อน เกิดการแลกเปลี่ยนสสาร พลังงานสล็อตpgและแร่ธาตุระหว่างสิ่งมีชีวิตด้วยกันเอง ผ่านห่วงโซ่อาหาร (Food Chain) และปฏิสัมพันธ์ต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านวัฏจักรและการหมุนเวียนของสสาร (Biogeochemical Cycle) ดังนั้น โครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดภายในระบบนิเวศ จึงเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่ช่วยให้ทุกสรรพชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม รวมถึงการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง อาจนำมาซึ่งจุดเริ่มต้นของการสูญเสียสมดุลทางธรรมชาติและการล่มสลายของสังคมหรือระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกัน

texasroyal168
สล็อตเว็บตรง

ตารางที่ 1 เกณฑ์และคำอธิบายระดับความรุนแรงของดัชนีความแห้งแล้งและความชื้น

texasrpyal168

จากข้อมูลของสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ชี้ว่าสถานการณ์ภัยแล้งล่าสุดของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2563 เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากปรากฎการณ์เอลนีโญ (สเปน: El Niño) ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิผิวน้ำทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ. 2561 – 2562 ทำให้ปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี ถึง 16 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลกระทบแก่การใช้น้ำ รวมถึงทำให้ปริมาตรน้ำกักเก็บในเขื่อนต่าง ๆ ทั่วประเทศลดน้อยลง (ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล และคณะ, 2563) เมื่อประกอบกับข้อมูลและรายงานการวิเคราะห์สภาพความขาดแคลนน้ำในช่วงปี พ.ศ. 2562 จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำขาดแคลนเพิ่มมากขึ้น เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงปี พ.ศ.2550 – 2562 โดยพบว่าปริมาณน้ำฝนรวมทั้งปี 2562 น้อยกว่าค่าเฉลี่ยรายปีที่ผ่านมา 30 เปอร์เซ็นต์ (ฤดูแล้งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยถึง 43 เปอร์เซ็นต์ และฤดูฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 27 เปอร์เซ็นต์) และปริมาณน้ำท่าน้อยกว่าค่าเฉลี่ยรายปีที่ผ่านมา 15 เปอร์เซ็นต์ (ฤดูแล้งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยถึง 24 เปอร์เซ็นต์ และฤดูฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 13 เปอร์เซ็นต์) ส่งผลทำให้ไม่มีปริมาณน้ำเติมลงในอ่างเก็บน้ำ รวมถึงแหล่งน้ำต้นทุนหลายแห่ง (วินัย เชาวน์วิวัฒน์, 2563) โดยข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) แสดงให้เห็นปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อน อ่างเก็บน้ำ และแม่น้ำสายหลักของประเทศไทยที่คาดว่าจะมีปริมาณน้ำใช้คงเหลืออยู่ค่อนข้างน้อย โดยปริมาณน้ำเก็บกักของเขื่อนหลักในประเทศไทยเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 26 เปอร์เซ็นต์ของปริมาตรที่สามารถเก็บกักได้ หรือคิดเป็นปริมาตรน้ำ 18,541 ล้านลูกบาศก์เมตร แสดงให้เห็นว่าปริมาณน้ำใช้ที่กักเก็บไว้ในเขื่อนลดลงเกือบทั้งประเทศ (อารียา ฤทธิมา, 2563) โดยผลการวิเคราะห์ความเสียหายที่เกิดจากภัยแล้งในระหว่างปี พ.ศ. 2551 – 2560 ซึ่งรายงานโดยศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่าภัยแล้งที่เกิดขึ้น ส่งผลให้มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 100 ล้านคน สร้างความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรกว่า 14 ล้านไร่ และมีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 6,000 ล้านบาท (อุ่นเรือน เล็กน้อย, ม.ป.ป.)

นอกจากภัยแล้งจะทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคทั้งระดับครัวเรือน ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้ว ภัยแล้งยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำได้หลายรูปแบบ (Lake, 2011) ตัวอย่างเช่น สล็อตเว็บตรงภัยแล้งในประเทศอินเดียส่งผลให้ความเค็ม ความเป็นด่าง และสารอาหารในทะเลสาบที่ราบน้ำท่วมถึงมีปริมาณเพิ่มขึ้นและทำให้ปริมาณแพลงก์ตอนพืชเพิ่มขึ้นอย่างมาก และภัยแล้งรุนแรงยังทำให้น้ำในแม่น้ำอิตาลีลดลงอย่างมากและก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำรวมถึงสายพันธุ์และสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางนิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ธรรมชาติ (Lake, 2011) ซึ่งในที่สุดแล้วผลเสียที่เกิดกับระบบนิเวศทางน้ำย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การศึกษาผลกระทบของภัยแล้งในประเทศไทยยังมีอยู่ค่อนข้างจำกัด บทความนี้จึงนำเสนอแนวทางในการศึกษาผลกระทบของภัยแล้งต่อระบบนิเวศทางน้ำ ซึ่งรวบรวมจากงานที่มีการศึกษาแล้วในต่างประเทศเพื่อประโยชน์ในการพัฒนางานวิจัยด้านนี้ในประเทศไทย อันจะนำไปสู่ข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการหาแนวทางป้องกันและบรรเทาผลกระทบของภัยแล้งต่อระบบนิเวศทางน้ำได้อย่างเหมาะสมต่อไป

2. ระบบนิเวศทางน้ำที่มักจะได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง
โดยทั่วไประบบนิเวศทางน้ำ (Aquatic Ecosystem) สามารถแบ่งย่อยออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ (Polunin, 2008) ได้แก่
(1) ระบบนิเวศน้ำจืด ซึ่งสามารถแบ่งย่อยได้เป็น 2 กลุ่ม คือแหล่งน้ำนิ่งซึ่งประกอบด้วย หนอง บึง (Pond) ทะเลสาบ (Lake) และอาจรวมถึงอ่างเก็บน้ำ (Reservoir) ที่มนุษย์สร้างขึ้น อีกกลุ่มหนึ่งคือแหล่งน้ำไหล ซึ่งประกอบด้วยลำธาร (Stream) และแม่น้ำ (River) ในส่วนที่เป็นน้ำจืด
(2) ระบบนิเวศทางทะเล สามารถแบ่งย่อยสล็อตpgได้อีกเป็นหลายประเภทขึ้นกับเกณฑ์ที่ใช้ ซึ่งตัวอย่างระบบนิเวศทางทะเลที่รู้จักโดยทั่วไป ได้แก่ ระบบนิเวศชายหาด (Sandy Beach) ระบบนิเวศหญ้าทะเล (Seagrass) ระบบนิเวศป่าชายเลน (Mangrove) ระบบนิเวศปะการัง (Coral Reef) ระบบนิเวศชะวากทะเล (Estuary) ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มักอยู่ระหว่างแม่น้ำและทะเล โดยรูปที่ 2 แสดงระบบนิเวศน้ำจืด แม่น้ำและคลองสาขา และระบบนิเวศชะวากทะเล ในพื้นที่จังหวัดระยองและฉะเชิงเทรา (ช่วงเดือน มีนาคม 2564)

ในบรรดาระบบนิเวศข้างต้น ระบบนิเวศที่จะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งลำดับต้น ๆ ได้แก่ ระบบนิเวศน้ำจืดทั้งหมด และระบบนิเวศชะวากทะเล ซึ่งเป็นระบบที่ต้องพึ่งพิงน้ำจืดจากแม่น้ำ ความแห้งแล้งทำให้ปริมาตรน้ำลดลงส่งผลกระทบต่อการไหลเวียน การแลกเปลี่ยนน้ำ สารอาหารและปัจจัยทางกายภาพในมวลน้ำ ซึ่งในที่สุดจะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น (Lake, 2011) โดยสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระบบนิเวศทางน้ำหนึ่ง ๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ตามลักษณะการดำรงชีวิตดังนี้
(1) แพลงก์ตอน (Plankton) เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยล่องลอยอยู่ในน้ำ หรือใช้กระแสน้ำช่วยในการเคลื่อนที่ สามารถแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มคือ 1) แพลงก์ตอนพืช (Phytoplankton) เป็นกลุ่มของสาหร่ายเซลล์เดียวที่สามารถสังเคราะห์แสงได้ ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตขั้นต้นที่สำคัญ (Primary Producer) ของห่วงโซ่อาหาร และยังเป็นอาหารของแพลงก์ตอนสัตว์และสัตว์น้ำต่าง ๆ 2) แพลงก์ตอนสัตว์ (Zooplankton) เป็นกลุ่มของสัตว์ซึ่งมีความหลากหลายสูงทั้งในแง่ของขนาดและชนิด ตั้งแต่โพรโทซัวจนถึงสัตว์มีกระดูกสันหลัง เช่น ปลาวัยอ่อน แต่โดยส่วนใหญ่แพลงก์ตอนสัตว์จะมีขนาดเล็ก (< 2 มิลลิเมตร) และเป็นอาหารของสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ในแหล่งน้ำ โดยจะถูกกินโดยสัตว์น้ำวัยอ่อน ตามด้วยสัตว์น้ำอื่น ๆ ต่อกันไปเรื่อย ๆ ในห่วงโซ่อาหารจนถึงมนุษย์ (สุปิยนิตย์ ไม้แพ, 2551)
(2) สัตว์หน้าดิน (Benthos) เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อาศัยและดำรงชีวิตอยู่บนผิวหน้าดินบริเวณพื้นท้องน้ำหรือแทรกตัวอยู่ในตะกอนท้องน้ำ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่อาศัยบนผิวดิน (Epifauna) และกลุ่มที่อาศัยอยู่ในดิน (Infauna) สัตว์หน้าดินส่วนใหญ่เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีความหลากหลายสูงเช่นกัน กลุ่มที่มักพบเป็นกลุ่มเด่นในแหล่งน้ำต่าง ๆ ได้แก่ ไส้เดือนทะเล หอย สล็อตเว็บตรงและครัสเตเชียน
(3) สัตว์ที่ว่ายอยู่ในมวลน้ำ (Nekton) ส่วนใหญ่เป็นพวกปลา นอกจากนี้ยังมีกุ้งหรือปูบางชนิด

ในทางนิเวศวิทยา ภัยแล้งเป็นปัญหาหลักของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำ โดยเฉพาะแพลงก์ตอนทั้งพืชและสัตว์เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อาศัยและล่องลอยอยู่ในน้ำโดยตรง และเป็นกลุ่มที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศวิทยาได้เร็วเพราะวงชีวิตสั้นและเพิ่มจำนวนได้เร็ว นอกจากนี้ยังเป็นตัวเริ่มต้นของห่วงโซ่อาหารที่จะช่วยสนับสนุนให้สิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่นเติบโตและดำรงชีวิตอยู่ได้ แพลงก์ตอนจึงเป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตสำคัญที่สามารถใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม (Parmar et al., 2016) แนวทางการศึกษาผลกระทบของภัยแล้งต่อระบบนิเวศทางน้ำในบทความนี้จึงเน้นการศึกษาสิ่งมีชีวิตในกลุ่มแพลงก์ตอนเป็นหลัก

texasroyal168
สล็อตเว็บตรง
5/5